ReadyPlanet.com
dot dot dot
dot
สำหรับสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot


https://picasaweb.google.com/112099154293866924400
http://www.sanyasi.org/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&WBntype=17&Category=sanyasiorg&thispage=1&No=1561822
https://plus.google.com/112099154293866924400/posts?banner=pwa
http://www.youtube.com/watch?v=fAns8GJzYeQ&list=RDfAns8GJzYeQ
http://www.youtube.com/watch?v=eiMBAC1rRmI
https://picasaweb.google.com/112099154293866924400/2557?noredirect=1
https://picasaweb.google.com/112099154293866924400/mqOgZJ
https://picasaweb.google.com/112099154293866924400/TSkAOL?noredirect=1
http://www.thaidhamma.net/


dot
สมุนไพรกับโรคมะเร็ง

สมุนไพรกับโรคมะเร็ง

มะเร็งคือโรคร้ายชนิดหนึ่งที่รักษาหายได้ยากด้วยยาหรือเครื่องมือแพทย์แผนใหม่ซึ่งมุ่งกำจัดมะเร็งโดยตรง อาจโดยผ่าตัด ฉายแสง หรือให้ยาเคมีบำบัด การผ่าตัดนับว่าเป็นหนทางที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคนป่วย ถ้าอาการไม่หนักจนเกินไปคือก้อนมะเร็งไม่โตการผ่าตัดเอาชิ้นเนื้อร้ายออกไปก็อาจหายขาดได้ในมะเร็งบางประเภทเช่นมะเร็งเต้านม หรือมะเร็งมดลูก แต่ถ้าเป็นมะเร็งที่อวัยวะสำคัญเช่นตับ ไต หัวใจ ปอด การผ่าตัดก็เป็นผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อสุขภาพในระยะยาวของผู้ป่วย เพราะอวัยวะสำคัญจะต้องถูกเฉือนออกไปบางส่วน อวัยวะที่เหลือก็ทำงานได้ไม่เต็มที่ แต่ถึงอย่างไรก็ยังดีกว่าการฉายรังสีและให้เคมีแก่ผู้ป่วย ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจทำให้มะเร็งหายไปจากอวัยวะนั้น ๆ ได้จริง แต่มันก็ทำลายส่วนประกอบอื่น ๆ ของร่างกายไปด้วย อาการหายป่วยจากมะเร็งนั้นจะเป็นการหายแบบความสุขสบายในชีวิตหายไป และนอนรอวันตายร่นเข้ามาในวันใดวันหนึ่งในระยะใกล้ ๆ ที่เห็นได้ชัดคือคนป่วยผอมเหลือง ผมร่วง รังสีของชีวิตขาดหายไป ภาพที่เราเห็นก็คือผีเดินได้นี่เอง

มะเร็งเป็นโรคที่คนไทยเรารู้จักกันมานาน แต่คำว่ามะเร็งอาจจะใช้กับโรคบางประเภท เช่นมะเร็งไข่ปลาคือโรคงูสวัดเป็นต้น แต่มะเร็งที่หมอแผนปัจจุบันหมายถึงคือโรคสารลุกลามในจุดใดจุดหนึ่งแล้วลุกลามไปตามเส้นเลือดเส้นเอ็นและเนื้อเยื่อทั้งปวง คนเหนือเรียกว่าโรคสารมากกว่ามะเร็ง

การรักษามะเร็งหรือสารลุกลามด้วยยาแผนโบราณและแผนปัจจุบันนั้นมีจุดหมายที่เดียวกันคือทำให้เชื้อมะเร็งหายไปจากตัว แต่วิธีการนั้นแตกต่างกัน ยาสมุนไพรนั้นใช้รักษาด้วยการฟื้นสภาพอวัยภายในที่สำคัญให้มีพลังขึ้นมาต่อสู้กับโรค

 

จุดที่ยาสมุนไพรมุ่งเข้าสู่เป้าหมายคือต่อมน้ำเหลืองและไขกระดูกซึ่งมีหน้าที่สร้างภูมิต้านทาน ปรัชญาการแพทย์แผนโบราณคือปลุกภูมิต้านทานในร่างกายขึ้นมาต่อสู้กับโรคร้ายด้วยการบำรุงไขกระดูกและต่อมน้ำเหลืองให้มีคุณภาพแข็งแรงจนเอาชนะโรคร้ายได้

การกินยาแผนโบราณอาจไม่มีหนทางพิสูจน์ทางห้องวิทยาศาสตร์ด้วยการตัดเนื้อเยื่อมาตรวจ แต่เมื่อผู้ป่วยกินยาไปสักระยะหนึ่งอาการป่วยต่าง ๆ ค่อยทุเลา และคนป่วยรู้สึกสบายดีขึ้นตามลำดับ กินได้ นอนหลับ อาการเจ็บปวดลดน้อยลง นั่นแสดงว่าสมุนไพรเหมาะสมกับโรคแล้ว ถ้ากินติดต่อกันไปก็อาจหายขาดได้

สมุนไพรที่หมอแผนโบราณใช้รักษาโรคมะเร็งนั้นต้องเป็นสมุนไพรที่เกี่ยวข้องกับต่อมน้ำเหลือง บำรุงเลือด บำรุงกำลัง บำรุงกระดูก การเลือกสมุนไพรก็เป็นไปตามหลักปรัชญาแพทย์แผนโบราณ คือหลักการใช้สมุนไพรตามรส ซึ่งท่านได้แบ่งไว้ทั้งสิ้น 9 รส เป็นถ้อยคำคล้องจองกันเพื่อจดจำได้ง่ายคือ ยารสฝาดใช้สมาน ยารสหวานซึมซาบไปตามเนื้อ รสเมาเบื่อแก้พิษ รสขมแก้ทางดีและโลหิต รสมันแก้เส้นเอ็น รสหมอเย็นบำรุงหัวใจ รสเค็มซึมซาบไปตามผิวหนัง รสเปรี้ยวกัดเสมหะ

นั่นเป็นถ้อยคำย่อนะครับ ส่วนความพิศดารก็ต้องศึกษากันอีกให้แจ่มแจ้ง เช่นรสเมาเบื่อแก้พิษ มันก็ต้องรู้ว่ารสเมาเบื่อนั้นเป็นอย่างไร ไม่ได้หมายความว่ากินแล้วเมา กินแล้วเบื่อ แต่บางชนิดมันก็อาจเมานิด ๆ บางชนิดมันก็อาจเบื่อนิด ๆ แต่ใช้เป็นยารักษาโรคได้ดี ถ้าใช้มากเกินก็กลายเป็นโทษ เช่นฝิ่น กัญชา โคเคน เป็นต้น ส่วนคำว่าแก้พิษนั้นก็คือพิษในโลหิตก็ได้ พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อยก็ได้ ถ้าน้ำเหลืองเสียก็เรียกว่า โลหิตเป็นพิษ ก็ใช้รสเมาเบื่อนี่แหละ เช่น หัวยาเข้าเย็นเหนือ หัวยาเข้าเย็นใต้ หัวยั้ง รากมะดูก ขันทองพยาบาท ทองพันชั่ง ใบพลูแก ใบพลูคาว กำมะถัน สารหนู ปรอท เป็นต้น หมอแผนโบราณที่เก่งและเข้าถึงศาสตร์นี้ ท่านจะรู้จักหยิบเอาสมุนไพรแต่ละชนิดมาผสมผสานกันอย่างกลมกลืน ด้วยสัดส่วนที่เหมาะสม เช่นการรักษาโรคมะเร็ง ก็ใช่ว่าท่านจะนำเอาสมุนไพรรสเมาเบื่อมาใช้ทั้งหมด ต้องผสมผสานกับรสอื่นด้วย เพื่อมุ่งสู่หลายจุดหมาย เพื่อแก้น้ำเหลือง เพื่อขับพิษร้าย เพื่อบำรุงโลหิต เพื่อบำรุงหัวใจ เพื่อปรุงรสและกลิ่นให้น่ารับประทาน การปรุงยาจึงเต็มไปด้วยศาสตร์และศิลป์ของแต่ละหมอ จึงเป็นศาสตร์ที่เรียนรู้ได้ แต่เลียนแบบกันไม่ได้ เหมือนหมอดูนั่นแหละ เรียนจากตำราเดียวกัน คนหนึ่งดูแม่นเหมือนตาเห็น อีกคนหนึ่งไม่เป็นเรื่องเลย มันก็เป็นเรื่องของการเข้าถึงศาสตร์และศิลปะประจำตัวของแต่ละคน

แต่สูตรยาสมุนไพรที่ท่านเขียนไว้เป็นตำรับก็มีมาก ที่เผยแพร่ตามตำราของทางการก็มี ได้พบในผลงานวิจัยของนักศึกษาปริญญาโทและปริญญาเอกด้านการวิจัยสมุนไพรของมหาวิทยาลัยมหิดล ท่านรวบรวมและพิมพ์เผยแพร่แล้ว ก็อยากเผยแพร่ต่อ ณ ที่นี้ คงไม่ว่ากันนะครับ ใครจะนำไปทดลองใช้ก็น่าจะเป็นประโยชน์ไม่น้อยทีเดียว แต่ต้องรู้จักต้นสมุนไพรนะครับ

ตำรายาจากผลงานวิจัยของการแพทย์แผนไทย

1. ยารักษามะเร็งเต้านม (ผู้วิจัย ดาลัด พรศิริประเสริฐ มหาวิทยาลัยมหิดล 2529) และ เกษรา ณ บางช้าง 2529)

 

            ไฟเดือนห้า [Ludwigia hyssopifolia [G.Don] Ewell

หญ้าปีกไก่ดำ [ Polygala chinensis Linn]

พุทธรักษา [ Canna indica Linn]

ข้าวเย็นเหนือ) [Smilax corbularia Kunth C]

ลิ้นงูเห่า [ Climacanthus siamensis Brem

เกล็ดนิ่ม ขนเม่น กระดองเต่า เงี่ยงกระเบน อกตะพาบน้ำ กรุตักน้ำ

ยาสมุนไพรตำรับนี้เชื่อกันว่าให้ผลในการรักษามะเร็งได้หลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม (พ.ศ.2525-2529 มีผู้ป่วยรักษาด้วยยาตำรับนี้ 3250 คน) ได้มีผู้ทำการศึกษาเบื้องต้นพบว่า น้ำสกัดจากส่วนประกอบที่ได้จากพืชแสดงผลยับยั้งการเจริญของมะเร็งเต้านมในสัตว์ทดลองได้ ดังนั้นการศึกษาครั้งนี้จึงมีจุดประสงค์ที่จะศึกษาน้ำสกัดจากยาทั้งตำรับ ซึ่งประกอบด้วยพืชและสัตว์ ทำการศึกษาทั้งในห้องทดลอง และในสัตว์ทดลอง ผลการศึกษาได้ดังนี้

น้ำสกัดจากสมุนไพรทั้งตำรับสามารถยับยั้งการเจริญของเซลล์ KB ในหลอดทดลองได้ร้อยละ 50 { ED 50) เมื่อใช้น้ำสกัดที่มีความเข้มมากกว่า 100 มกก./มล. ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติของอเมริกากำหนดไว้ ส่วนผลการศึกษาในสัตว์ทดลองซึ่งทำให้หนูขาวเป็นมะเร็งเต้านมโดยการกินสารก่อมะเร็ง พบว่าเมื่อให้หนูทดลองกลุ่มหนึ่งได้กินน้ำสกัดยาสมุนไพรขนาด 1500 มก /กก. ของน้ำหนักตัวทุกวัน สามารถยับยั้งการเจริญของก้อนมะเร็งได้ในช่วง 4 สัปดาห์แรก และมีผลช่วยยืดอายุและเพิ่มอัตราการอยู่รอดของหนูทดลองได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อเทียบกับหนูทดลองอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้กินน้ำสกัดยาสมุนไพร

 

 

 นอกจากนี้ยังได้ศึกษาพิษวิทยาจากสมุนไพรทั้งตำรับโดยในสัตว์ทดลองกินน้ำสกัดสมุนไพรปริมาณ 1500 มก./กก. ของน้ำหนักตัวติดต่อกันเป็นเวลา 6 เดือน ไม่พบการเกิดพิษทางโลหิต ทางพยาธิ์สภาพของเซลล์ และการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของเลือดของสัตว์ทดลอง การศึกษาพิษเฉียบพลันโดยการให้สัตว์ทดลองกินน้ำสกัดปริมาณ 15000 มก./กก. ของน้ำหนักตัวเพียงครั้งเดียวก็ไม่พบว่ามีสัตว์ทดลองตาย.

การจะรักษาผู้ป่วยด้วยแพทย์แผนใหม่ หรือด้วยยาสมุนไพรไทยดี นั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินของผู้ป่วยและญาติ แต่มีข้อที่น่าคิดอยู่ ผมอ่านหนังสือ “เมื่อหมอเป็นมะเร็ง” ของนายแพทย์ที่รักษามะเร็งด้วยการฉายแสงและรังสี ของโรงพยาบาลเชียงใหม่แต่เมื่อท่านเกิดมะเร็งลำไส้ก็ไม่ยอมรักษาด้วยรังสีและฉายแสง แต่กลับใช้วิธีชีวจิตจนอาการดีขึ้นเรื่อย ๆ ต่อมาทนการรบเร้าของลูกศิษย์ที่เพิ่งเรียนจบเคมีจากอเมริกาไม่ไหว เขาบอกว่ายาที่มาใหม่ยอดเยี่ยม ต้องหายแน่ อยากให้อาจารย์ทดลองดู อาจารย์ก็เลยตามใจศิษย์ จนที่สุดก็ลาโลกไปด้วยยาเคมีชนิดใหม่ แต่ก่อนเสียชีวิตท่านก็เขียน “เมื่อหมอเป็นมะเร็ง ตอนที่ 2” ใครเป็นมะเร็งลองแสวงหาอ่านดูเถิดครับ แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะใช้วิธีไหน ถ้าตัดสินใจไม่ได้ลองโทร.ถาม พลเอกชาติชาย ชุณหวัณ และ พลเอกบิ๊กจ๊อด ซึ่งจากไปด้วยโรคมะเร็งเช่นกัน ท่านได้รับการรักษาด้วยยาและวิธีการที่ทันสมัยที่สุดของการแพทย์แผนใหม่

 

081-1795197,  087-4582500,   085-0274968

ได้รับบทความเพิ่มเติมจากเมล  เห็นเป็นความรู้ที่น่าเผยแพร่ก็นำมาลงไว้ในที่นี้เลย

หลังจากหลายปีที่พูดกันว่าการทำคีโมเป็นทางเลือกเดียวที่จะ ลอง และใช้ในการกำจัดโรคมะเร็ง
ในที่สุดโรงพยาบาลจอห์น ฮอพกินส์ก็เริ่มแนะนำถึงทางเลือกอื่นๆอีก
ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับโรคมะเร็งจาก รพ.จอห์น ฮอพกินส์


1. ทุกๆคนมีเซลมะเร็งอยู่ในร่างกาย เซลมะเร็งเหล่านี้จะไม่ปรากฎด้วยวิธีการตรวจสอบตามมาตรฐาน จนกระทั่งมันขยายตัวเพิ่มขึ้นในระดับพันล้านเซล เมื่อแพทย์บอกว่าไม่มีเซลมะเร็งในร่างกายผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับการรักษาแล้ว มันหมายถึงว่าระบบไม่สามารถตรวจสอบเซลมะเร็งได้เพราะว่าจำนวนของมันยังไม่มากพอ จนถึงระดับที่สามารถตรวจจับได้เท่านั้น

2. เซลมะเร็งเกิดขึ้นระหว่าง 6 ถึงมากกว่า 10 ครั้งในช่วงอายุของคนๆหนึ่ง


3. เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงเพียงพอ เซลมะเรงจะถูกทำลายและป้องกันไม่ให้เกิดการขยายตัวและกลายเป็นเนื้องอก


4. เมื่อใครก็ตามเป็นมะเร็ง มันกำลังบอกว่าคนๆนั้นมีความบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการ ซึ่งอาจเกิดจากยีน สิ่งแวดล้อม อาหารและปัจจัยอื่นๆในการดำรงชีวิต


5. เพื่อเอาชนะภาวะบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการ การเปลี่ยนแปลงประเภทของอาหารรวมทั้งสารอาหารบางอย่างจะช่วยให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น


6. การทำคีโมคือการให้สารเคมีที่มีความเป็นพิษกับเซลมะเร็งที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ขณะเดียวกัน มันก็จะทำลายเซลที่ดีที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในไขกระดูก ทำลายระบบทางเดินอาหาร ฯลฯ และเป็นสาเหตุทำให้อวัยวะบางส่วนถูกทำลาย เช่น ตับ ไต หัวใจ ปอด ฯลฯ


7. การฉายรังสีแม้ว่าจะเป็นการทำลายเซลมะเร็ง แต่ก็ทำให้เกิดอาการไหม้ เป็นแผลเป็น และทำลายเซลที่ดี เนื้อเยื่อ และอวัยวะ


8. การบำบัดโดยคีโม และการฉายรังสีมักจะช่วยลดขนาดของเนื้องอกได้ในช่วงแรกๆ อย่างไรก็ตามถ้าทำไปนานๆพบว่ามักไม่ส่งผลต่อการทำลายเซลเนื้องอก


9. เมื่อร่างกายได้รับสารพิษจากการทำคีโมหรือการฉายรังสีมากเกินไป ระบบภูมิคุ้มกันอาจปรับตัวเข้ากันได้หรือไม่ก็อาจถูกทำลายลง ดังนั้นคนๆนั้นจึงอาจตกอยู่ในอันตรายจากการติดเชื้อหลายชนิดและทำให้โรคมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น


10. การทำคีโมและการฉายรังสีอาจเป็นสาเหตุทำให้เซลมะเร็งกลายพันธุ์ ดื้อยา และยากต่อการทำลาย การผ่าตัดก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เซลมะเร็งกระจายไปทั่วร่างกาย


 
11. วิธีที่ดีที่สุดในการทำสงครามกับมะเร็ง คือการไม่ให้เซลมะเร็งได้รับอาหารเพื่อนำไปใช้ในการขยายตัว
 


อะไรคืออาหารที่ป้อนให้กับเซลมะเร็ง
 

a. น้ำตาลคืออาหารของมะเร็ง การตัดน้ำตาลคือการตัดแหล่งอาหารสำคัญที่จ่ายให้กับเซลมะเร็ง สารทดแทนน้ำตาลอย่างเช่น "" นิวตร้าสวีต "" "" อีควล "" "" สปูนฟูล "" ฯลฯ ล้วนทำมาจากสารให้ความหวาน ซึ่งเป็นอันตราย สารทดแทนซึ่งเป็นกลางที่ดีกว่าคือน้ำผึ้งมานูคา (จากนิวซีแลนด์) หรือน้ำอ้อย แต่ในปริมาณน้อยๆเท่านั้น เกลือสำเร็จรูปก็ใช้สารเคมีในการฟอกขาว ควรหันไปเลือกใช้ "" แบรก อมิโน "" หรือเกลือทะเลแทน

 
 
b. นมเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายผลิตเมือก โดยเฉพาะในระบบทางเดินอาหาร เซลมะเร็งจะไ้ด้รับอาหารได้ดีในสภาวะที่มีเมือก การใช้นมถั่วเหลืองชนิดไม่หวานแทนนม จะทำให้เซลมะเร็งไม่ได้รับอาหาร

 
 
c. เซลมะเร็งเติบโตได้ดี ในภาวะแวดล้อมที่เป็นกรด อาหารจำพวกเนื้อจะสร้างสภาวะกรดขึ้น ดังนั้นจึงควรหันไปรับประทานปลาจะดีที่สุด รองลงไปคือรับประทานไก่แทนเนื้อและหมู ในเนื้ออาจมียาฆ่าเชื้อ ฮอร์โมนที่สร้างการเจริญเติบโตในสัตว์ และเชื้อปรสิตบางประเภทตกค้างอยู่ ซึ่งล้วนเป็นอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่เป็นมะเร็ง
 


d. อาหารที่ประกอบด้วยผักสด 80% และน้ำผลไม้ พืชจำพวกหัว เมล็ด ถั่วเปลือกแข็ง และผลไม้จำนวนเล็กน้อย จะช่วยทำให้ร่างกายมีสภาวะเป็นด่าง อาหารอีก 20% อาจได้มาจากการทำอาหารร่วมกับพืชจำพวกถั่ว น้ำผักสดจะให้เอ็นไซม์ซึ่งสามารถดูดซึมได้ง่ายและซึมทราบสู่ระดับเซลภายใน 15 นาที เพื่อบำรุงร่างกายและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลที่ดี เพื่อให้ได้เอ็นไซม์ในการสร้างเซลที่ดี ให้พยายามดื่มน้ำผักสด ( ผักส่วนใหญ่รวมทั้งถั่วที่มีหน่อหรือต้นอ่อน) และรับประทานผักสดดิบ 2-3 ครั้งต่อวัน เอ็นไซม์จะถูกทำลายได้ง่ายที่อุณหภูมิ 140 องศา F ( ประมาณ 40 องศา C)

 
 
e. ให้หลีกเลี่ยงกาแฟ น้ำชา และช๊อกโกแลต ซึ่งมีคาเฟอีนสูง ชาเขียวถือเป็นทางเลือกที่ดีและมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็ง น้ำดื่มให้เลือกดื่มน้ำบริสุทธิ์ หรือที่ผ่านการกรอง เพื่อหลีกเลี่ยงท๊อกซินและโลหะหนักในน้ำประปา น้ำกลั่นมักมีสภาพเป็นกรด ให้หลีกเลี่ยง
 


12. โปรตีนจากเนื้อจะย่อยยาก และต้องการเอ็นไซม์หลายชนิดมาช่วยในการย่อย เนื้อสัตว์ที่ไม่สามารถย่อยได้ในระบบทางเดินอาหารจะเกิดการบูดเน่าและมีความเป็นพิษมากขึ้น
 


13. ผนังของเซลมะเร็งจะมีโปรตีนห่อหุ้มไว้ การงดหรือการรับประทานเนื้อสัตว์น้อยลง จะทำให้มีเอ็นไซม์เหลือมากพอมาใช้โจมตีกำแพงโปรตีนที่ห่อหุ้มเซลมะเร็ง และช่วยให้เซลของร่างกายสามารถกำจัดเซลมะเร็งได้ดีขึ้น
 


14. สารอาหารบางอย่างอาจช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ( สาร IP6 [inositol hexaphosphate หรือ phytic acid], สาร Flor-essence, สาร Essiac, สารแอนตี้-อ๊อกซิแดนส์ , วิตามิน , เกลือแร่ , EFAs ฯลฯ) เพื่อช่วยให้เซลของร่างกายสามารถกำจัดเซลมะเร็งได้ดีขึ้น สารอาหารอื่นๆเช่น วิตามินอี เป็นที่ทราบกันดีว่าทำให้เกิดการตายลงของเซล หรือกำหนดระยะเวลาการตายของเซล ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายในการกำจัดเซลที่ถูกทำลาย ซึ่งไม่เป็นที่ต้องการ หรือไม่มีประโยชน์ออกไป
 


15. มะเร็งเป็นโรคที่สัมพันธ์กับจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณ การป้องกันเชิงรุกและการคิดในเชิงบวกจะช่วยให้เราสามารถอยู่รอดจากการทำสงครามกับมะเร็ง.... ความโกรธ การไม่รู้จักให้อภัย และความขมขื่นใจ จะทำให้ร่างกายเกิดความตึงเครียดและมีสภาวะเป็นกรดเพิ่มขึ้น ให้เรียนรู้ที่จะมีความรักและจิตวิญญาณแห่งการให้อภัย เรียนรู้ที่จะผ่อนคลายและมีความสุขกับชีวิต
 


16. เซลมะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาวะที่มีอ๊อกซิเจนเป็นจำนวนมาก การออกกำลังกายทุกวัน และการหายใจลึกๆจะช่วยให้่ร่างกายได้รับอ๊อกซิเจนเพิ่มขึ้นลงไปจนระดับเซล การบำบัดด้วยอ๊อกซิเจนถือเป็นวิธีการอีกอย่างที่ใช้ในการทำลายเซลมะเร็ง

 



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด
รหัสป้องกันสแปม CAPTCHA Image



 *


สมุนไพรหมอเมือง

ถ้อยแถลง
สมุนไพรกับเส้นเลือดตีบ article
สมุนไพรกับโรคเก๊าท์
ว่านรางจืด ยอดสมุนไพรล้างพิษ
สมุนไพรกับโรคลำไส้
สมุนไพรรักษาโรคกะเพาะอาหาร article
สมุนไพรกับความอ้วน
ว่านขันหมาก อัศจรรย์เพิ่งพานพบ
กวาวเครือ ยอดสมุนไพรไทย
ตำรายาอายุวัฒนะ
โรคเอดส์และการรักษาแบบไทย ๆ
สมุนไพรสำหรับสุภาพสตรี
สมุนไพรเสริมสมรรถภาพทางเพศชาย
ตำรับยารักษาโรคเรื้อรัง



ก่อนหน้า1ถัดไป

ความคิดเห็นที่ 1 (95946)

 เป็นมะเร็งระยะ2  ผ่าตัดแล้ว แต่ไม่อยากรับคีโม ฉายรังสี และฮอโมน

อยากใช้ธรรมชาติบำบัดและชีวจิต 

ผู้แสดงความคิดเห็น suteerat (you4me2005-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2010-07-25 20:29:28


ความคิดเห็นที่ 2 (96297)

มีอาการแบบเดียวกัน กับ คคห ที่1   และอยากใช้วิธีเดียวกันแบบธรรมชาติบำบัด

จิตใจตอนนี้ ยังทำใจไม่ได้ กำลัง รอผ่าตัดอยู่  รู้สืก รันทดใจมาก  พยายามแล้ว

ก้อ ยังรับไม่ได้เพราะเพิ่งรู้

ผู้แสดงความคิดเห็น lomchoy (pisit_civil_hdy-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-08-09 10:28:18


ความคิดเห็นที่ 3 (97808)

สวัสดีค่ะดิฉันได้อ่านเนื้อหาข้างบนเป็นประโยชน์ต่อคนเป็นและยังไม่เป็นมะเร็งได้อย่างดีมากกกกกกเลยค่ะ   เราจะได้มีวิธีป้องกันหรือยับยังไม่ให้มันเป็นไปเยอะมากกว่านี้.....คนที่เป็นขอให้หายเร็วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆและใจแข็งแรงๆๆๆๆๆๆๆกายต่อสู้ๆๆๆๆๆกับมันให้ถึงที่สุดนะค่ะ   และรักษาสุขภาพตามตำราว่ากินที่มีประโยชน์อยู่ถูกหลักอนามัย..ดิฉันจะทำตามเนื้อหาข้อความข้างบนอย่างแรงที่สุดดดดดดด

ผู้แสดงความคิดเห็น walainuch วันที่ตอบ 2010-09-26 21:56:34


ความคิดเห็นที่ 4 (99578)

ดิฉันเป็นมะเร็งเต้านมระยะ2 ได้ผ่าตัด ให้คีโม และฉายแสง  อาการดีขื้นช่วงนี้ตามดูอาการทุก 3 เดือน  คิดว่าถ้าเป็นมะเร็งควรผ่าตัด  และให้คีโม  และฉายแสงอย่างดิฉันจะดีกว่าค่ะ  มันช่วยยับยั้งการแพร่กระจายไปต่อมน้ำเหลืองและลามไปทั่วตัว  ดิฉันดูแลสุขภาพเรื่องอาหารจะทานแต่ผักผลไม่และไข่ขาวและปลาเท่านั้น  เรื่องออกกำลังกายดิฉันจะให้เวลากับการออกกำลังกายวันละ 1-2 ชั่วโมง  และทำสมาธธิกับการทำงาน  อ่านหนังสือ่และไม่เครียด  มองโลกในแง่บวก  และถ้าต้องเจอกับคนที่นิสัยไม่ดีและต้องอยู่ในหน้าที่การ  ดิฉันก็จะรีบมองให้เขาเป็นวัตถุธาตุไปให้ไว ๆ เพราะนั่นหมายถึงชีวิตของดิฉัน  เรื่องกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญควรจะให้กำลังใจตัวเองและอยากที่จะมีชีวิตอยู่ที่จะได้ทำบุญทำกุศลให้นาน ๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น น้ำ วันที่ตอบ 2010-11-19 20:55:54


ความคิดเห็นที่ 5 (100789)

โรคมะเร๊งท่านห้ามกินปลาดุก,หน่อไม้และอาหารทะเล  ดื่มนำต้มสุขและอยู่ใต้ต้นไม้ตอนกลางวันจะดีต่อสุขภาพครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้หวังดี วันที่ตอบ 2011-01-21 20:14:20


ความคิดเห็นที่ 6 (101721)

แม่ผมเป็นมะเร็งเม็ดเลือด (ลูคีเมีย) พอมีทางแก้ หรือ บรรเทาได้ไหม ช่วยที ขอบคุณครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เต้ วันที่ตอบ 2011-03-08 09:22:15


ความคิดเห็นที่ 7 (102175)

ขอคุณค่ะสำหรับข้อความดี ๆ และมีประโยชน์

ผู้แสดงความคิดเห็น ้จี๊ด วันที่ตอบ 2011-04-12 17:32:07


ความคิดเห็นที่ 8 (102639)

เป็นมะเร็งเต้านม ตอนนี้ผ่าตัดออกแล้ว 1 ข้างพรุ่งนี้จะไปฟังผลชิ้นเนื้อ ยังไม่รู้ว่าคุณหมอจะรักษาต่อวิธีไหน  ยังงัยก็เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น momo วันที่ตอบ 2011-05-22 22:34:10


ความคิดเห็นที่ 9 (102785)

 

วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งชนิด ต่างๆ

อาการของ การเกิดมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย
 
1. มะเร็งปากมดลูก อาการ มีเลือดออกจากช่องคลอดทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เวลารอบเดือนปกติของคุณอาการเจ็บปวดและมีเลือดออกหลังจากมีเพศ สัมพันธ์ หากพบว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น การตรวจโดยขูด เนื้อเยื่อจากบริเวณดังกล่าวไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะรู้ ได้
 
2. มะเร็งในมดลูก   อาการ มีเลือดออกหลังการมีเพศสัมพันธ์ หรือบางครั้งอาจมีความรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อหรือมีอาการบวมในช่องท้อง
 
3. มะเร็งรังไข่         อาการ ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือการมีอาการเจ็บปวดหลังการมีเพศสัมพันธ์  มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้อาการท้องอืดอาหารไม่ย่อย น้ำหนักลดและมีอาการปวดหลัง
 
4. มะเร็งในเม็ดเลือด ( ลูคีเมีย) อาการเหนื่อยง่ายและมีอาการซีดเซียวกว่าปกติมักเกิดอาการฟกช้ำดำเขียว หรือมีเลือดออกทางผิวหนังได้ง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุและมักจะเกิดร่วมกับอาการปวดตามข้อต่าง ๆ ทั่วร่างกายบางครั้งจะท้องอืดและเมื่อคลำดูจะพบว่ามีก้อนบวมที่ด้านซ้ายของ ช่องท้อง
 
5. มะเร็งปอด            อาการ มักมีอาการไอบ่อย ๆ มีเลือดออกและมีเสมหะปนมากับน้ำลายน้ำ หนักลดอย่างฮวบฮาบ เจ็บ หน้าอกและหายใจลำบากหรืออาจมีอาการหอบปนอยู่ด้วยทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
 
6. มะเร็งตับ              อาการปวดในช่องท้อง เบื่ออาหาร น้ำหนักลดตาและผิวเป็นสีออกเหลืองและเหลืองจัดจนเห็นได้ชัด
 
7. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ อาการ มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ
 
8. มะเร็งสมอง          อาการ ปวดศีรษะนาน ๆ และมักมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่นอาเจียนหรือการผิดปกติของการมองเห็น ตาพร่า และเห็นแสงเขียว ๆ แดง ๆ ลอยไปมาเวลาปวดศีรษะอ่อนเพลียไม่มีแรง หรือ การเป็นลมโดยกะทันหันอวัยวะบางส่วนของร่างกายหยุดทำงานเช่นมีอาการชาและเป็น อัมพาตชั่วคราวควรให้ความระวังเป็นพิเศษหากคุณเคยมีประวัติการปวดหัวที่มีอาการ เหล่านี้ประกอบอยู่ด้วย
 
9. มะเร็งในช่องปาก อาการ มีก้อนบวมอยู่ในปาก หรือทีลิ้นเป็นเวลานานมีแผลเปื่อยที่ปากที่ไม่ได้รับการรักษา หรือเป็นแผลเรื้อรังที่เหงือกเนื่องจากการกดทับของฟันปลอมที่ใส่ไว้ประจำหรือ เป็นเวลานาน
 
10. มะเร็งในลำคอ  อาการ เสียงแหบพร่าไปทันที มีก้อนบวมในทันทีทำให้รู้สึกว่ากลืนอาหารได้ลำบาก หรือมีการขยายตัวของต่อมในลำคอที่โตขึ้นจนสามารถจับและรู้สึก ได้
11. มะเร็งในกระเพาะอาหาร อาการน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วอาเจียนออกมาเป็นเลือดท้องอืดหรืออาหารไม่ย่อย บ่อย รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้องอกในช่องท้องหรือรู้สึกตื้อ แม้เพิ่งจะรับประทานอาหารไปได้ไม่กี่คำ
 
12. มะเร็งทรวงอก   อาการมีเลือดหรือของเหลวบางอย่างไหลออกมาจากหัวนมบวมหรือผิวเนื้อทรวงอกหนา ขึ้นมีก้อนบวมจนจับได้เมื่อคลำบริเวณใต้รักแร้บางครั้งอาจมีตุ่มหรือสิวเกิด ขึ้น ที่เต้านมเป็นเวลานานควรระวังเพราะผู้หญิง9 ใน 10 คนจะมีอาการบวมของก้อนเนื้อบริเวณทรวงอกโดยไม่ทราบสาเหตุเมื่อมีอายุมากขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้เกิดเป็นถุงน้ำใต้ผิวหนังที่เรียกว่า ซีสต์ซึ่งควรต้องค้นหาสาเหตุของอาการบวมนั้นให้ชัดเจนเสียก่อนว่าคืออะไรกัน แน่
 
13. มะเร็งลำไส้      อาการน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วมีอาการปวดท้องอย่างมากและระบบการย่อยผิดปกติ มีเลือดออกปนมากับอุจจาระ
**** ซึ่ง มีวิธีสังเกตของผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับริดสีดวงทวารอยู่แล้วคือถ้าใช้กระดาษทิชชูซับแล้วเลือดมีสีแดงสดนั่นคืออาการของริดสีดวงทวารแต่ถ้าเลือดมีสีดำคล้ำนั่น คือ อาการของโรคมะเร็งในลำไส้
 
14. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง อาการมีก้อนบวมเกิดขึ้นที่ใต้รักแร้หรือใต้ขาหนีบโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่ได้ เกิดอาการติดเชื้อในบาง ส่วนของร่างกายมะเร็งผิวหนัง อาการมีแผลหรือแผลเปื่อยพุพองที่ไม่ได้รับการรักษาอยู่เป็นเวลานานตลอดจนไฝ หรือหูดที่โตขึ้นและมีการเปลี่ยนสีหรือรูปร่าง ขนาด นอกจากนี้อาการอันตรายอีกอย่างหนึ่งที่ เรียกว่าเมลาโนมา ( Melanoma ) คือ เนื้อ งอกที่ประกอบด้วยเซลล์ที่มีเมลานินสะสมอยู่ เช่น กระจุดด่างหรือไฝถ้าคุณมีไฝมากกว่า 50 เม็ดทั่วร่างกายหรือมีคนในครอบครัวที่มีประวัติ
 
บทความดี ๆ มีคนส่งมาทางเมลครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น สันยาสี วันที่ตอบ 2011-06-08 07:20:34


ความคิดเห็นที่ 10 (102982)

เป็นมะเร็งลำใส้ใหญ่ค่ะ ผ่าตัดแล้ว ไม่ต้องฉายแสง/ให้คีโม แนะนำคนที่เป็นให้อยู่ในการดูแลของแพทย์ดีกว่าค่ะ ส่วนจะใช้แพทย์ทางเลือกขอให้ใช้ประกอบภายหลังน่าจะดีกว่านะคะ อาการของมะเร็งอาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกับที่กล่าวไว้ข้างบนทุกประการ ที่เป็นคือปวดท้องมาก(ในระยะสุดท้าย) ถ่ายเป็นประจำทุกเช้าด้วย แต่ไม่ได้ถ่ายเป็นเลือด ฉะนั้นอย่านอนใจ เป็นแล้วให้ไปพบแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางเลย จะได้ไม่ต้องเสียทั้งเวลา-เงิน-เสียความรู้สึกนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ป้าน้องเกล วันที่ตอบ 2011-07-01 16:12:22


ความคิดเห็นที่ 11 (102991)

เมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็ง ช่วงแรกทำใจไม่ได้เลย  แต่พอช่วงหลัง ๆ ก็ทำใจได้  เป็นมะเร็งเต้านม ระยะที่ 2 ผ่าตัดแล้ว ตอนนี้อยู่ในช่วงระหว่างทำคีโม ซึ่งจะมีอีก 5 ครั้ง   ต้องหยุดให้คีโมเนื่องจากเม็ดเลือดขาวต่ำมาก  คุณหมอต้องให้พักเพื่อร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาวให้เยอะขึ้น   ตอนนี้ก็กินไข่ขาว ประมาณวันละ 3-4 ลูก 

ผู้แสดงความคิดเห็น เงือกสาว วันที่ตอบ 2011-07-04 15:44:04


ความคิดเห็นที่ 12 (104423)

มีญาติเป็นมะเร็งลำไส้ ถ่ายมีเลือดออกมาด้วย ให้ทานมะรุม เลือดก็หยุด ก็ไม่แน่ใจว่าดีหรือปล่าว เพราะไม่รู้ว่าเชื้อมันจะอ่อนแรงลงหรืออย่างไร แต่คนไข้ก็มีำกำลังใจขึ้น ตอนนี้ลองทาน สมุนไพรหนอนตายยาก กะว่า อีก 3 เดือนจะไปเอ็กซเรย์ดูว่าก้อนเนื้อเล็กลงหรือไม่ ถ้าได้ผลอย่างไร จะแจ้งให้ทราบเผื่อจะได้เป็นข้อคิดแก่คนที่มีอาการเหมือนกัน

ผู้แสดงความคิดเห็น ควนธานี วันที่ตอบ 2011-10-15 15:46:15


ความคิดเห็นที่ 13 (104622)

 

          ดิฉันเป็นมะเร็งเต้านมระกระจาย(ไปตับ กระดูก ต่อมน้ำเหลือง)ไปปฎิบัติธรรมวัดพระธรรมกาย 7 วันเจอคุณเล็ก บ้านอยู่นครปฐม แนะนำหมอดีรักษาสมุนไพรชนิดผง ตรวจร่างกายให้ด้วย ท่านจะทราบเลยโดยไม่ต้องบอก ยาราคาไม่แพง มีจิตเมตตา ทานยาอาการดีขึ้นตับเล็กลงจาก 15 เซ็น เหลือ 4 เซ็นต่อมนัำเหลือนุ่มลงไม่เจ็บปวดตามกระดูก ห้ามทานอาหาร จำพวกเนื้อ ปลาร้า ปลาทู แตงกวา แตงโม ของเย็น น้ำแข็ง ทานยาตรงเวลาหมอบอก 6 เดิอนยุบแน่นอน ใจสู้ค่ะ ปฎิบัติธรรมวิชชาธรรมกายของหลวงปู่สดวัดปากน้ำ มะเร็งเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้นที่อาศัยร่างกายเราอยู่ จิ๊บ ๆสู้ ๆ ค่ะ ต้องชนะ ติดต่อ ได้นะค่ะ

084-3798479  ยินดีเป็นกัลยาณมิตรให้ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญธิตา วรเมธชัยเดชา (หมอนันต์) วันที่ตอบ 2011-10-25 19:29:41


ความคิดเห็นที่ 14 (104786)

คนที่เป็นโรคมะเร็ง

ยากเครียดต้องยิ้มเอาไว้

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อริสา (arisa_123_-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-11-06 11:53:59


ความคิดเห็นที่ 15 (105549)

พ่อเป็นมะเร็งกล่องเสียงเหมือนกัน  รักษาเมื่อมิ.ย 51  โดยฉายแสง  ติดตามผลมาเรื่อยๆ   พอมาธันวา  53

มะเร็งลุกลามขึ้น  แต่เลือกไม่ผ่าตัดเพราะ  พ่อแก่ แล้ว  ผอม  ดูแลเรื่องการทานอาหารที่บำรุง  ฟื้นฟูร่างกาย

เป็นกำลังใจให้ทุกท่านนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น รัตน์ วันที่ตอบ 2011-12-20 21:12:31


ความคิดเห็นที่ 16 (105649)

แม่ยายเป็นมะเร็งตับช่วยหน่อคับระยะสุดท้ายแล้วคับ ขอความช่วยเหลื่อหน่อย   0871403101

ผู้แสดงความคิดเห็น jack (Jack_Skyin-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-01-09 21:40:13


ความคิดเห็นที่ 17 (105694)

 ตอนนี้พ่อเป็นมะเร็งช่องปากระยะครั้งแรกรักษาทางแผนปัจจุบันแต่ยิ่งรักษายิ่งลามไม่เข้าใจเหมือนกันเลยอยากเปลี่ยนมารักษาแผนโบราณ(ยาสมุนไพร)พอจะมีใครแนะนำได้บ้างค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ภัทร วันที่ตอบ 2012-01-16 17:41:44


ความคิดเห็นที่ 18 (105776)

เพกาสมุนไพรไทยสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง

เพกามีการศึกษาวิจัย โดยคุณเกศินี ตระกูลทิวากร และได้ทดลองแล้วโดยผู้เขียนเอง
จากการวิจัยพบว่า บางส่วนของเพกา มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก เพกาบางส่วน จึง
สามารถป้องกันเชลล์จากถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็ง
 เพกาบางส่วน จึงมีฤทธิ์สามารถบำบัด รักษา ยับยั้ง ต้านมะเร็งทุกชนิด ได้อย่างสมบรูณ์

จากการศึกษาวิจัยในเพกาบางส่วนมีฤทธิ์เป็นยาร้อน ในบางส่วนมีฤทธิ์เป็นยาเย็น
ทั้งส่วนของยาร้อนและส่วนของยาเย็น มีฤทธิ์ต่างกันให้ผลในการใช้ประโยชน์ต่างกันมาก

ฉะนั้นการใช้ประโยชน์ของเพกา ควรแยกส่วนของทั้งยาร้อน และส่วนของยาเย็นให้ชัดเจน
ประโยชน์ของเพกา จึงจะได้ผลตามที่ต้องการครับ

ต้องการข้อมูลรายละเอียดมากกว่านี้
ยินดีให้คำแนะนำ และแบ่งปัน
โทร 081-6034848
 

ผู้แสดงความคิดเห็น เพกา วันที่ตอบ 2012-01-27 14:35:42


ความคิดเห็นที่ 19 (105777)

เพกาสมุนไพรไทยสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง

เพกามีการศึกษาวิจัย โดยคุณเกศินี ตระกูลทิวากร และได้ทดลองแล้วโดยผู้เขียนเอง
จากการวิจัยพบว่า บางส่วนของเพกา มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก เพกาบางส่วน จึง
สามารถป้องกันเชลล์จากถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็ง
 เพกาบางส่วน จึงมีฤทธิ์สามารถบำบัด รักษา ยับยั้ง ต้านมะเร็งทุกชนิด ได้อย่างสมบรูณ์

จากการศึกษาวิจัยในเพกาบางส่วนมีฤทธิ์เป็นยาร้อน ในบางส่วนมีฤทธิ์เป็นยาเย็น
ทั้งส่วนของยาร้อนและส่วนของยาเย็น มีฤทธิ์ต่างกันให้ผลในการใช้ประโยชน์ต่างกันมาก

ฉะนั้นการใช้ประโยชน์ของเพกา ควรแยกส่วนของทั้งยาร้อน และส่วนของยาเย็นให้ชัดเจน
ประโยชน์ของเพกา จึงจะได้ผลตามที่ต้องการครับ

ต้องการข้อมูลรายละเอียดมากกว่านี้
ยินดีให้คำแนะนำ และแบ่งปัน
โทร 081-6034848

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เพกา วันที่ตอบ 2012-01-27 14:47:33


ความคิดเห็นที่ 20 (105840)

 พี่ผมเป็นมะเร็งตับปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว แต่อยากบอกให้เห็นถึงจุดเปลี่ยน คือก่อนหน้าที่จะรู้ว่าเป็นมะเร็ง มีคนในครอบครัวเสียชีวิตไปก่อนถึง 2 คน พี่ผมจึงไปตรวจหาเชื้อมะเร็ง ปรากฎว่าเป็นก้อนเนื้อที่ตับยาวประมาณเซ็นต์ครึ่ง ไปรับการรักษาที่ ม.อ.หาดใหญ่ประมาณปีกว่า ก้อนเนื้อโตขึ้นประมาณ 1 เซ็นต์ กลายเป็น 2 เซ็นต์ครึ่ง ตอนหลังมีผู้หวังดีแนะนำให้กินพืชสมุนไพร เพราะยายุยังไม่แก่มากนัก ประมาณ 50 ปี การฟื้นฟูสภาพร่างกายน่าจะตอบสนองได้ดี คือกิน หญ้าปักกิ่งควบคู่ไปกับจักรณารายและว่านง๊อก โดยปั่นเป็นน้ำให้กินเช้าแก้วเย็นแก้ว กินอยู่ประมาณ 2 เดือนกว่าๆ ช่วงนั้นก็ยังรักษากับหมอโรงพญาบาลตลอด และตรวจเช็คอยู่เรื่อยๆ ทุกๆเดือน ปรากฎว่าการไปตรวจครั้งหลังนั้น ก้อนเนื้อ 2 เซ็นต์กว่านั้น ฝ่อเล็กลงมาจนแทบมองไม่เห็น สุขภาพร่างกายก็ดีขึ้นเป็นลำดับ แต่ก็ยังรักษาตัวอยู่ตลอด และยิ่งดีใจเป็นพิเศษเมื่อตรวจครั้งหลังสุดไม่พบก้อนเนื้อร้ายแล้ว พี่ผมดีใจมากยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่งเสียอีก เลยเกิดความชะล่าใจ กินทุกอย่าง เช้าก็ข้าวขาหมู เที่ยงข้าวมันไก่ เย็นก็ข้าวหมูกรอบ เป็นอยู่อย่างนี้เกือบปี แต่ก็เช็คสุขภาพตลอด สุดท้ายปรากฎว่าเจ้าโรคร้ายมันกลับมา และไปจับที่เส้นเลือดแดง ถึงตอนนี้เอาไม่ทันแล้วเพราะไปจับตรงเส้นเลือด สุดท้ายคือเสียชีวิต ที่เล่ามาก็เพื่อเป็นวิทยาทาน เป็นทางเลือกให้รู้ว่าเมื่อมีโอกาสแล้วก็อย่าชะล่าใจ คนเป็นโรคนี้เนื้อสัตว์จะเป็นอาหารโปรดของมะเร็งเพราะมีโปรตีนสูง คนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงก็ไม่ควรกินเนื้อสัตว์ให้มากจนเกินจำเป็น ควรจะกินประเภทพืชผักให้เป็นอาหารหลักมากๆเข้าไว้ หรือถ้าเป็นเนื้อก็เป็นเนื้อปลาจะดีกว่า.

ผู้แสดงความคิดเห็น วิกรม (winst15-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-02-04 22:18:56


ความคิดเห็นที่ 21 (108929)

 ดิฉันก็เป็นมะเร็งเต้านมระยะ2แต่การกลับมาเป็นอีกมี60%ซึ่งก็มากอยู่  ก็งดเนื้อสัตว์ ทานแต่ไข่ขาวเป็นส่วนมากและไข่แดงบ้างแต่ไม่มาก  ทานผักผลไม้ ถือศีล 5 ทำใจให้สบาย  และที่สำคัญดิฉันเน้นการออกกำลังกาย  ตอนนี้ก็ระวังป้องกันการกลับมาเป็นอีก  ขนองห้ามทุกชนิดไม่มีทางที่ดิฉันจะทานเพราะมะเร็งจะมีชีวิตอยู่ได้ถ้าเราให้อาหารมัน  สิ่งท่ี่ดิฉันทำคือปฎิบัติธรรมละกิเลสทั้งปวง  อยู่แบบแม่ชีหรือผู้ถือศีลเลยค่ะ  สุขภาพจิตก็ดีสุขภาพกายก็ดี  ทุกวันก็อุทิศส่วนกุศลให้มะเร็งค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น โรส วันที่ตอบ 2012-10-28 10:13:46


ความคิดเห็นที่ 22 (110090)

 ดิฉันเป็นมะเร็งเต้านม ผ่าตัดเอาเต้านมข้างซ้ายออกแล้ว รับเคมีบำบัด 6 ครั้ง หลังรับเคมีบำบัดครบ หมอเจ้าของไข้  ตรวจผลเลือด ปรากฎว่า ค่ามะเร็งเพิ่มขึ้น  หมอไม่ได้ดำเนินการอะไรให้  ให้แต่ยาฮอร์โมนรักษาโรคมะเร็งมารับประทาน ตอนนี้รู้สึกเจ็บเหนือบริเวณผ่าตัดทุกวัน  แต่เจ็บไม่มาก ดิฉันกังวลมาก ดิฉันสนใจการรักษาด้วยสมุนไพร ท่านใดมีข้อมูล  หรือตัวยารักษา ขอความกรุณาบอกเป็นวิทยาทานด้วย ขอบคุณค่ะ
โทร. 085-6585018

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ปราณี ปรุงศิลป์ (praprung-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-03-20 21:06:31


ความคิดเห็นที่ 23 (111607)

 ขออนุญาตคัดลอกเพื่อเผยแพร่เป็นทานด้วยนะคะ สาธุ

ผู้แสดงความคิดเห็น BJ-1959@hotmail.com (BJ-1959-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-12-07 13:46:07


ความคิดเห็นที่ 24 (111819)

 ที่บ้านหลายปีก่อน สามีป่วยมากเป็นมะเร็งลำไส้ระยะที่3  คนที่นำสมุนไหรป่ามาขายให้ เขาว่า รักษามะเร็งได้ เลยซื้อมาต้มกินไปร่วมปี ตอนนี้ผ่านไป8ปีกว่าแล้ว ไม่กลับไปเป็นอีก ลองดูนะคะเผื่อ คนที่ป่วย ท่านอื่นจะดีขึ้น0833697009

ผู้แสดงความคิดเห็น m วันที่ตอบ 2014-01-22 16:30:16


ความคิดเห็นที่ 25 (152655)

 แม่เป็นมะเร็งตับค่ะ มีก้อนที่ตับประมาณ2.4cm.หมอแนะนำให้พาแม่ไปรักษาที่โรงพยาบาลด้วยการฉีดสีเข้าเส้นเลือด หมอบอกว่าเป็นการตัดทางเดินอาหารเพื่อไม่ให้ก้อนมะเร็งโตขึ้น หลังจากฉีดสีมา อาการแม่ทรุดลงตลอด ซึ่งตอนนี้ไดปีกว่าแล้ว ก่อนไปทำการรักษาด้วยการฉีดสี แม่เหมือนคนปกติดี ไม่มีอาการป่วย แต่ตอนนี้แย่ลงทุกวันมีอาการจุกแน่นท้อง และออกร้อนท้องเหมือนไฟเผาอยู่ในท้อง  ทรมารมากค่ะ ทานข้าวไม่ได้ เบื่ออาหาร ตอนนี้น้ำหนักลดลงมาก. มียาสมุนไพรอะไรที่ช่วยได้บ้างค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น รักแม่ วันที่ตอบ 2014-06-01 20:37:50



ก่อนหน้า1ถัดไป


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.

*** Disclaimer : ผลของการใช้ยาขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล ***

www.sanyasi.org   เริ่มใช้งานเมื่อ  กรกฎาคม  2550
อภิญญา สันยาสี  เว็บมาสเตอร์
E-Mail.   sanyasi95@gmail.com
โทรศัพท์ 088-1063547